Make your own free website on Tripod.com

               คำประกอบด้วยเสียงที่มีความหมายซึ่งมนุษย์ใช้ในการสื่อสารทั้งระหว่างบุคคล ในกลุ่ม ในที่สาธารณะ ตลอดจนทางสื่อมวลชนคำหลายๆ คำที่เรียบเรียงไว้ตายตัว สลับที่หรือตัดทอนไม่ได้มีความหมายไม่ตรงไปตรงมาแต่เป็นที่เข้าใจกัน บางทีมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบที่ลึกซึ้งกินใจ ทำให้เห็นภาพชัด เรียกว่า สำนวนการรู้จักใช้คำและสำนวนช่วยให้การสื่อสารมีประสิืทธิผล ยิ่งรู้จักคำและสำนวนมากเพียงใด โอกาสที่จะลือกใช้คำและสำนวนได้ดี ยิ่งมีมากขึ้นเพียงนั้น

               ถ้าไม่สามารถเลือกใช้คำและสำนวนให้สื่อความหมายได้ตรงย่อมไม่อาจสื่อสารได้สัมฤทธิผล อาจเสียโอกาสที่จะแสดงความคิดของตนให้กระชับ ชัดเจน รวดเร็ว และมีชีวิตชีวา

      คำ

              คำ อาจแยกพิจารณาโดยคำนึงถึงความหมายได้ดังนี้
                  ๑. ความหมายเฉพาะ
                  ๒. ความหมายเทียบเคียงกับคำอื่น

     ความหมายเฉพาะ

               คำ อาจสื่อความหมายเฉพาะหรือมีความหมายได้หลายอย่าง เช่น คำ หน้า อาจหมายถึง ส่วนนอกของศรีษะด้านที่ประกอบด้วยหน้าผาก คิ้ว ตา จมูก ปาก คาง แก้ม อาจหมายถึงด้านตรงข้ามกับด้านหลัง หรืออาจหมายถึง ส่วนที่อยู่ด้านบนของขนมบางชนิด เช่้น หน้ากุ้ง หน้าสังขยา หน้าเค้ก หรืออาจหมายถึง คราวฤดูกาลก็ได้
               ความหมายเฉพาะของคำอาจแยกพิจารณาได้ ๒ ทางคือ ทางที่ ๑ เป็นความหมายตามตัวกับความหมายเชิงอุปมา ทางที่ ๒ เป็นความหมายนัยตรงกับความหมายนัยประหวัด

       ความหมายตามตัวกับความหมายเชิงอุปมา

               สังเกตุคำที่ใช้ในตัวอย่างต่อไปนี้
                   ก. เมื่อคืนนี้ มี ดาว เต็มท้องฟ้า
                  
 ข. งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้มี ดาว เต็มไปหมด

               ประโยค ก ดาว หมายถึง ดาวที่อยู่ในท้องฟ้า ส่วนประโยค ข ดาว หมายถึงคนเด่นเป็นพิเศษ อาจเป็นผู้มีความงามหรือความสามารถที่คนจำนวนมากสนใจ ดาว ในประโยค ก เป็นคำที่มีความหมายตามตัว ส่วน ดาว ในประโยค ข มีความหมายเชิงอุปมา

               สรุปได้ว่า ความหมายตามตัว เป็นความหมายเดิมของคำเมื่อปรากฏในบริบทต่างๆส่วน ความหมายเชิงอุปมา เป็นความหมายที่เกิดจากการเปรียบเทียบกับความหมายตามตัวของคำนั้นในบริบทอื่นๆ

        ความหมายนัยตรงกับความหมายนัยประหวัด

                สังเกตถ้อยคำที่ใช้ในตัวอย่างต่อไปนี้
                     ก. ตามรายงานขององค์การอนามัยโลกเมื่อปีที่แล้ว สถิติคนเสียชีวิตด้วยโรค มะเร็ง อยู่ในลำดับที่สาม
                     ข. ทางราชการดำริจะจัีดงาน มะเร็ง แห่งชาติอีกครั้งหนึ่ง

                ประโยค ก คำ มะเร็ง หมายถึง โรคชนิดหนึ่งที่เป็นอันตรายแก่ชีวิต ผู้นำเสนอประโยคนี้มิได้เจตนาที่จะให้เกิดความรู้สึกอย่างอื่นนอกจากรับทราบข้อเท็จริงเท่านั้น โดยปกติผู้ที่ได้อ่านหรือได้ฟังก็จะเข้าใจตรงตามเจตนาดังกล่าว คำ มะเร็ง ในที่นี้มีความหมายนัยตรง

                ประโยค ข คำ มะเร็ง แม้ผู้นำเสนอมมีเจตนาจะให้มีความหมายเช่นเดียวกับ มะเร็ง ในประโยค ก แต่ผู้อ่านได้ฟังอาจนึกประหวัดไปถึงอันตรายร้ายแรง ความน่าสะพรึงกลัวของโรค ไม่พอใจที่เห็นคำนี้ในบริบท "แห่งชาติ" คำ มะเร็ง ในประโยคนี้จึงมีความหมายนัยปนะหวัดสำหรับคนกลุ่มนี้

                สรุปได้ว่า ความหมายนัยตรง เป็นความหมายตามที่ปรากฏในพจนานุกรม อาจเป็นความหมายตามตัว หรือความหมายเชิงอุปมาก็ได้ ซึ่งปกติแล้วผู้ใช้ภาษาจะเข้าใจตรงกันส่วนความหมายนัยประหวัดเป็นความหมายที่คำนั้นก้อให้เกิดึวามรู้สึกต่างๆ กันไป อาจเป็นทางดี ไม่ดี หรือในทางอื่นก็ได้

     ความหมายเทียบเคียงกับคำอื่น

                คำต่างๆ ในภาษาจำนวนไม่น้อยอาจมีความหมายเหมือนกัน คล้ายกันหรือร่วมกันตรงข้ามกัน หรือครอบคลุมคำอื่น จะอธิบายเป็นพวกๆ ดังต่อไปนี้

     คำที่มีความหมายเหมือนกัน

                มีคำเป็นอันมากที่อาจถือได้ว่ามีความหมายเหมือนกัน ตัวอย่าง คำที่มีความหมายว่า กิน มีคำ รับประทาน บริโภค ฟาด ฯลฯ คำที่มีความหมายว่า ดอกไม้ มีคำ ผกา มาลี บุปผา ฯลฯ คำที่มีว่า หญิง มีคำ นารี กัญญา อิสตรี ฯลฯ
           อย่างไรก็ดี คำเหล่านี้ถึงแม้จะว่ามีความหมายเหมือนกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้ในทุกกรณีัมีข้อสังเกตดังนี้
                    ๑. คำหนึ่งใช้ในภาษาสุภาพ อีกคนหนึ่งใช้ในภาษาไม่สุภาพ หรือภาษาที่ต่างระดับกัน เช่น รับประทาน สุภาพกว่า กิน ศีรษะ สุภาพกว่า หัว
                    ๒. คำหนึ่งใช้เมื่อต้องการให้เป็ยแบบแผน อีกคำหนึ่งเมื่อมิได้ต้องการให้เป็นแบบแผน คำที่เป็นแบบแผน เช่น มาก ใบอนุญาตขับรถยนต์ทั้ง ภาพยนต์ ๓ คำนี้ ถ้ามิได้ต้องการให้เป็นแบบแผนก็ใช้ว่า เยอะแยะ ใบขับขี่ หนัง ตามลำดับ
                    ๓. คำหนึ่งใช้ในภาษาสำหรับเด็ก อีกคำหนึ่งใช้ในภาษาสำหรับผู้ใหญ่ เช่น เด็กใช้ หม่ำ ผู้ใหญ่ใช้ กิน
                    
๔. คำหนึ่งใช้ในภาษาการประพันธ์ อีกคนหนึ่งใช้ในภาษาสามัญ เช่น ในภาษาการประพันธ์ใช้ กนก กรรพุม จำรัส สุริยา แต่ในภาษาสามัญใช้ว่า ทอง หนมมือไหว้ ดอกบัว สว่าง ตะวัน ตามลำดับ

       คำที่มีความหมายคล้ายกันหรือร่วมกัน

             มีคำจำนวนมากที่มีความหมายส่วนหนึ่งร่วมกัน แต่ความหมายอีกส่วนหนึ่งต่างกัน เช่น
             ส่งเสริม-สนับสนุน ความหมายร่วมกันคือ ช่วยทำให้ดีขึ้น แต่ความหมายที่แตกต่างกัน คือ  ส่งเสริม เน้นการช่วยด้วยคำพูดหรือการปฏิบัติหรือการกระทำ เช่น รัฐบาลส่งเสริมการลงทุน สนับสนุน คือเห็นด้วย เพราะช่วยให้ความสำเร็จด้วยวิธีการต่างๆ อาจลงมือปฏิบัติหรือเพียงแต่ให้กำลังใจ

       คำที่มีความหมายตรงกันข้ามกัน

             มีคำจำนวนหนึ่งซึ่งเทียบกันแล้วจะมีความหมายตรงกันข้ามกัน เช่น
                   อ้วน - ผอม        ดึง - ดัน
                   คลาย - ขัน         ดี - ชั่ว
                   ดึง - หย่อน        ยิ้ม - บึ้ง
                   มืด - สว่าง         ซ้าย - ขวา
                   ใน - นอก          เป็น - ตาย

       คำที่มีความหมายครอบคลุมคำอื่น

              คำบางคำมีความหมายครอบคลุมรวมความหมายอื่นๆ ไว้ หรือมีความหมายกว้างกว่าคำอื่นเช่น
               พืช มีความหมายครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชินดซึ่งไม่ใช่สัตว์ เช่น ต้นไม้ ผัก หญ้า ทั้งที่มีดอกและไม่มีดอก ทั้งไม้ล้มลุกและไม้ยืนต้น
                 ประชาชน มีความหมายครอบคลุมพลเมืองของประเทศ เช่น พ่อค้า ชาวนา ข้าราชการ คนว่างงาน
                 เตรื่องเขียน มีความหมายครอบคลุมถึงเครื่องใช้เกี่ยวเนื่องกับการเขียนทั้งหมด เช่น ดินสอ ปากกา ไม้บรรทัด ยางลบ
                 ทรัพย์ มีความหมายครอบคลุมสื่งมีค่าทั้งหมดทั้งที่เคลื่อนที่ได้และไม่ได้ เช่น วัว ควาย รถ เงิน ทอง ที่ดิน สติปัญญา เสื้อผ้า เครื่องประดับ